Girl Variety

ชุมชนสำหรับผู้หญิง

กลิ่นตัวเหม็น เกิดจากอะไร ควรแก้ยังไงดี เพื่อไม่ให้ต้องอายหรือโดนคนอื่นๆ รังเกียจ

| By

กลิ่นตัวเหม็น

กลิ่นตัวเหม็น คือสิ่งไม่พึงประสงค์สำหรับหลาย ๆ คน เพราะส่งผลต่อการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และอาจทำให้ต้องอับอาย หรือโดนรังเกียจได้ ซึ่งการเป็นคนที่มีกลิ่นตัว หรือกลิ่นตัวเหม็น ก็อาจทำให้กลายเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคม ระแวง วิตกกังวล หรืออาจหนักถึงขั้นส่งผลต่อสุขภาพจิตได้เลยทีเดียว

กลิ่นตัวเหม็น เกิดจากอะไร?

กลิ่นตัวเกิดจากสารที่สร้างมาจากต่อมกลิ่น พบมากที่บริเวณรักแร้ และหัวหน่าว โดยต่อมกลิ่นเหล่านี้มีมาตั้งแต่เกิด แต่จะเริ่มทำงานในช่วงวัยรุ่น ซึ่งสารที่หลั่งจากต่อมกลิ่น จะประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด มีลักษณะเหลว ข้น ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อหลั่งออกมาด้านนอกของผิวหนัง สารดังกล่าวจะถูกเชื้อแบคทีเรีย เปลี่ยนให้เป็นสารที่มีกลิ่น คือแอมโมเนีย และกรดไขมันสายสั้น  

1 เกิดจากระบบของร่างกาย

ร่างกายของมนุษย์เรานั้น มีต่อมกำเนิดกลิ่นอยู่หลายต่อม หนึ่งในนั้นคือ ‘ต่อมเหงื่ออโปคริน’ ซึ่งอยู่บริเวณรักแร้ ต่อมนี้จะเริ่มทำงาน เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่น

โดยต่อมเหงื่ออโปครินจะสร้างเหงื่อ หรือสร้างสารสีขาวขุ่น ที่มีกลิ่นเฉพาะตัว คล้ายฟีโรโมนออกมา ซึ่งตามธรรมชาติแล้ว สารนี้จะไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากการแตกตัวของเหงื่อ ไปสัมผัสกับแบคทีเรียที่สะสมอยู่ตามร่างกายของเรา

ในขณะที่เหงื่อลักษณะใส ๆ ที่เกิดขึ้น ตามปกติแล้วจะไม่มีกลิ่นเช่นกัน แต่ในคนที่มีเหงื่อใสออกมามาก ๆ จะทำให้กลิ่นเหงื่อ ที่เกิดจากต่อมเหงื่ออโปคริน จะยิ่งแพร่กระจาย

2 เกิดจากเสื้อผ้าที่เหม็นอับ ชื้น ซักไม่สะอาด

เสื้อผ้าที่เหม็นอับ หรือชื้น หรือซักไม่สะอาด เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้นี่เอง ที่ทำให้เกิดกลิ่น เมื่อเหงื่อที่เกิดจากต่อมเหงื่ออโปครินมาสัมผัสโดน

3 เกิดจากการกินอาหารที่มีกลิ่นแรง หรือการกินยาบางชนิด

อาหารเป็นตัวการทำให้เรามีกลิ่นตัว และกลิ่นปากได้ โดยเฉพาะอาหารกลิ่นแรง อย่างกระเทียม สะตอ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไขมันด้วย ส่วนการกินยาบางชนิด เช่น อินซูลิน ยารักษาสิว ก็ส่งผลได้เช่นกัน

4 เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ร่างกายของสาว ๆ บางคน จะมีฮอร์โมนเพศชาย มากกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ทำให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงต่อมผลิตเหงื่อ อาจจะทำงานผิดปกติได้ นอกจากนี้ ฮอร์โมนที่แปรปรวนในร่างกาย นอกจากจะส่งผลต่อเรื่องสิว และผิวมันได้แล้ว ยังส่งผลต่อเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ด้วย

‘กลิ่นตัว’ ต่างจาก ‘กลิ่นเหงื่อ’ อย่างไร?

เหงื่อเกิดจากต่อมเหงื่อ ส่วนกลิ่นตัวมาจากต่อมกลิ่น โดยปกติแล้วนั้น เหงื่อที่หลั่งมาจากต่อมเหงื่อจะไม่มีกลิ่น แต่ก็มีบางภาวะ ที่อาจทำให้เหงื่อมีกลิ่นได้ เช่น กินกระเทียม กินแกงบางอย่าง กินยาบางชนิด เป็นต้น หรือกลิ่นตัวอาจมาร่วมกับภาวะเหงื่อออกมากหรือไม่ก็ได้

กลิ่นตัวเหม็นควรแก้ยังไงดี?

1 รักษาความสะอาดของร่างกาย

  • ในแต่ละวัน ร่างกายของเราต้องเจอทั้งเหงื่อ มลพิษ และแบคทีเรียต่าง ๆ ดังนั้น ต้องปรับพฤติกรรมในการอาบน้ำ ไม่วิ่งผ่านน้ำ แต่อาบน้ำให้สะอาดทุกครั้ง
  • รวมทั้งขัดถูร่างกายทุกซอกทุกมุม โดยใช้ใยบวบหรือใยสังเคราะห์ขัดผิวกายให้ทั่ว เน้นเป็นพิเศษที่ ใต้วงแขน ซอกคอ และข้อพับ ที่สำคัญต้องหมั่นขัดขี้ไคล อย่างน้อย 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื่น ขจัดคราบ และมีกลิ่นหอม หรือใช้สบู่ฆ่าเชื้อ เพื่อช่วยลดแบคทีเรีย

2 หลีกเลี่ยงภาวะที่ร้อนจัด และภาวะอบอับชื้น

3 หมั่นโกนขนรักแร้

  • ขนรักแร้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เกิดการหมักหมม ของแบคทีเรียและเหงื่อ จนทำให้เกิดกลิ่นได้ จึงควรหมั่นโกนขนรักแร้เป็นประจำ หรือจะใช้วิธีการถอน หรือใช้การแวกซ์แทน เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย และการสะสมของสารก่อกลิ่น

4 หมั่นล้างทำความสะอาดบริเวณรักแร้

  • การใช้น้ำสะอาด ล้างบริเวณรักแร้บ่อย ๆ จะช่วยลดปริมาณของสารก่อกลิ่น ที่หลั่งออกมาจากต่อมกลิ่นได้
  • การล้างด้วยสบู่ฆ่าเชื้อ จะช่วยลดปริมาณแบคทีเรียได้เช่นกัน แต่ไม่ควรล้างบ่อย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคือง

5 เสื้อผ้าที่ใส่ ต้องสะอาด และไม่มีกลิ่นอับ

  • อย่าปล่อยให้ความเหนื่อย และความขี้เกียจเข้าครอบงำ จนซักผ้าไม่สะอาด ปล่อยให้ผ้ามีกลิ่นอับ เพราะสิ่งเหล่านี้คือตัวการ ที่ก่อให้เกิดกลิ่นได้
  • ควรซักผ้าบ่อย ๆ และที่สำคัญคือ ต้องตากผ้าในที่มีลมโกรก หรือมีแสงแดดส่องถึง เพื่อให้แสงแดดช่วยกำจัดแบคทีเรีย และไม่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ
  • เสื้อผ้าที่ใส่ต้องสะอาด ไม่อับชื้น ไม่ใส่ซ้ำ และไม่หมักหมม เพราะหากเหงื่อสัมผัสกับแบคทีเรียในเสื้อผ้า ก็จะยิ่งทำให้มีกลิ่นตัวได้มากขึ้น

6 ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่น

  • วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด และควรทำเป็นประจำทุกวัน โดยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรีย และช่วยระงับเหงื่อ
  • หากใครอยากหลีกเลี่ยงสารเคมี แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อย่างสารส้มแทนได้ เพราะสารส้มมีสรรพคุณช่วยระงับเหงื่อ และยังช่วยลดการเกิดกลิ่นได้เช่นเดียวกัน

7 ใช้น้ำหอม

  • วิธีนี้ก็สะดวกเช่นกัน แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีเหงื่อออกเยอะ เพราะเมื่อสารเคมีในน้ำหอม ไปสัมผัสกับเหงื่อ อาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นฉุน แทนกลิ่นหอมได้
  • การใช้น้ำหอมฉีดพ่น เพื่อกลบกลิ่นตัว อาจต้องระวังในคนที่แพ้ง่าย เพราะอาจเกิดผื่นแพ้น้ำหอมขึ้นได้

8 หลีกเลี่ยงอาหารกลิ่นแรง และกินอาหารที่มีประโยชน์

  • อาหารมีผลต่อกลิ่นกลายได้ โดยเฉพาะอาหารและเครื่องเทศ ที่มีกลิ่นแรง ๆ ใครที่ชอบกินอาหารแนวนี้ ควรลดปริมาณลง หรืองดกินไปก่อน จนกว่าจะแก้ปัญหากลิ่นได้
  • ควรกินอาหารที่มีประโยชน์จากธรรมชาติ เช่น ผัก ผลไม้ หรือดื่มน้ำเปล่าบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายขับสารพิษที่ไม่ดีออกมา และช่วยลดเหงื่อ ที่เป็นตัวการก่อให้เกิดกลิ่นได้ด้วย

9 ดีท็อกซ์สารพิษในร่างกาย

  • สารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทั้งจากการกินยา หรืออาหารต่าง ๆ มีส่วนทำให้เกิดกลิ่นได้ ลองดีท็อกซ์ร่างกาย ด้วยการดื่มน้ำเปล่า กินผัก หรือกินผลไม้ เพื่อขจัดสารพิษ และของเสีย ที่สะสมอยู่ในร่างกายออกไปบ้าง

10 การผ่าตัดเอาต่อมกลิ่นออก

  • เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดี แต่อาจมีผลข้างเคียงหลังการรักษา เช่น มีแผลเป็น แผลเกิดการติดเชื้อได้

ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย แบบธรรมชาติ กับ แบบเคมี ควรเลือกใช้แบบใด?

ในปัจจุบันนี้ ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย มีให้เลือกหลายแบบหลายประเภท ทั้งแบบโรลออน สเปรย์ โลชั่น และน้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ อย่างสารส้มและมะนาว

ก่อนจะเลือกใช้รูปแบบใด สาว ๆ ควรรู้ไว้ก่อนว่า สารเคมีบางตัว ที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย สามารถซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ เช่น ทัลค์ (Talc) โดยหากใช้ไปสักระยะ อาจทำให้ผิวหนังอักเสบได้ หรือสารอะลูมิเนียมคลอโรไฮเดรต ในผลิตภัณฑ์ที่มีสรรพคุณช่วยระงับเหงื่อ ก็อาจส่งผลกระทบ ต่อระบบกำจัดสารพิษที่อยู่ใต้รักแร้ได้

การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น สารส้ม มะนาว กับรักแร้ที่เพิ่งโกน แวกซ์ หรือถอนขน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงที่ผิวบอบบาง และไวต่อสารต่าง ๆ ก็อาจทำให้ผิวระคายเคืองและแสบได้


ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1097

ติดตามข่าวสารอื่น ๆ ได้ที่ Girl Variety ชุมชนสำหรับผู้หญิง